วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ตู้น้ำมันหยอดเหรียญ

เมื่อหลายปีก่อน ผู้เขียนได้ขับรถเพื่อเดินทางไปส่งแม่บ้านที่ทำงาน ผ่านหมู่บ้านหลายๆหมู่บ้าน พบเห็นสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ ตั้งวางคู่กัน บ้างก็ตั้งเดี่ยว สิ่งนั้นก็คือ ตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญ ที่มีไว้เพื่อผู้รับบริการบริการตัวเอง ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นธุรกิจที่สนใจมาก
ไม่นานนักก็ตัดสินใจซื้อ ในราคา 120,000 บาท ตกตู้ละ 60,000 บาท บางรายคิดเป็นเงินแสนสองแสนเลยละ  แต่ใช้มาไม่นานระบบเริ่มมีปํญหา เช่น น้ำมันไม่ตรงลิตร กดแล้วน้ำมันไม่ไหล รอตัวแทนบริษัทมาซ่อมก็นานเราเสียลูกค้าไม่ได้ ก็เลยจัดการเอง ก็เลยพบ "บางอ้อ" ของทุกอย่างในตู้ไม่สมราคาเลยซักอย่าง เช่น
ชิ้นที่ 1. ถัง 200 ลิตร  ราคา 850 บาท
ชิ้นที่ 2. เครื่องรับเหรียญ ราคา 1,500 บาท
ชิ้นที่ 3. เครืองรับธนบัตร  ราคา 6,900 บาท
ชิ้นที่ 4. ถังดับเพลิง  ราคา 1,500 บาท
ชิ้นที่ 5.หัวจ่ายน้ำมัน พร้อมสาย  ราคา 1,500 บาท
ชิ้นที่ 6.โครงตู้ ราคา 5,000 บาท
ชิ้นที่ 7.ชุดบอร์ด พร้อม LED แสดงผล  ราคา 5,000 บาท
ชิ้นที่ 8.ปั้มติีกนอกถัง ราคา1,500 บาท
ชิ้นที่ 9.โฟลวมิเตอร์วัดอัตราการไหล( FLOW SENSOR) ราคา 1,200 บาท(จีนห่วยมากตอนซื้อบอกว่าอิตาลี) แกะออกมาพูดจีนกลางเลย อย่าใส่เลย เลือกของนอก 5,000-8,000 ดีกว่า
ชิ้นที่ 10.Switching Power Supply 30 แอมป์ ราคา 1,500 บาท (แบบเดียวกับ  Power Supply ใส่กล้องวงจรปิด หาซื้อตามร้านกล้องวงจรปิดหรือร้าน Advice ตามตัวจังหวัดก็ได้ เสียบ่อยมาก ประมาณฟ้าร้อง 
ที่เหลือน่าจะเป็นอุปกรณ์ทั่วไป เช่น เช็ควาล์วกันไหลย้อน และข้องอต่างๆ ซื้อของ SANWA ทองเหลือง ตัว 50-120 บาท

หมายเหตุ อย่าลืมแจ้งพลังจังหวัดนะครับ เพราะ อบต.หรือเทศบาล ชอบบอกว่าสิ้นสุดที่ ท้องถิ่น แต่ผมเจอแล้ว พลังงานจังหวัดมาตามที่บ้านเลย พี่เขาใจดีคุยง่ายเลยไม่เสียค่าปรับ ครั้งแรกเสียค่าธรรมเนียม 2,100 บาท 



วิธีเข้าหัวสายแลน RJ-45

1. จับปลายสายที่เสียบไว้บริเวณใกล้กับปากรูพลาสติก พยายามดึงสาย LAN ออกจากกล่องกระดาษ
เบาๆพร้อมกับสังเกตความยาวของสาย เพื่อให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ
2. เมื่อดึงสาย LAN ออกมาได้ระยะตามที่ต้องการแล้ว ใช้คีมตัดสาย
3. นำ RJ-45 Jacket สวมเข้าไปที่สายในทิศทางตามรูป แล้วเลื่อนเข้าไปที่ระยะ 4-5 นิ้ว เพื่อให้
สามารถปอกสายได้สะดวก
4. ใช้ Cutter ปอกสาย โดยกะว่าทิ้งให้มีความยาวจากปลายสายมาถึงปลาย Cutter ประมาณ 2-3
นิ้ว โดยการควั่นรอบสายเพียงเบาๆ ระวังอย่าปอกลึก เพราะใบมีดจะโดนเส้นตัวนำ
5. หักฉนวนหรือเปลือกนอกในทิศทางบน-ล่าง หรือ ซ้าย-ขวา แล้วดึงเปลือกออก
6. ใช้ Cutter ตัดเส้นด้ายที่อยู่ภายในฉนวนให้ขาด ระวัง Cutter โดนสายตัวนำ
7. คลี่สายออก แล้วเรียงคู่สายตามมาตรฐานโดยจัดเรียงคู่สีจากซ้ายไปขวา คู่ส้ม คู่เขียว
คู่น้ำเงิน คู่น้ำตาล
8. แยกเส้นที่ติดเป็นคู่ออกจากกัน แล้วทำการจัดเรียงสาย ตามมาตรฐาน EIA/TIA จาก
ซ้ายไปขวา ได้แก่ ขาว-ส้ม ส้ม ขาว-เขียว น้ำเงิน ข า ว -น้ำ เ ง ิน เ ข ีย ว
ขาว-น้ำตาล น้ำตาล จัดเรียงโดยการรีดสายแต่ละเส้นแล้วดึงสายทุุกเส้นให้เป็นระเบียบ
9. ตัดสายตัวนำให้มีความยาวประมาณ 15 มิลลิเมตร
10. จัดระเบียบสายตัวนำอีกครั้งแล้วเสียบเข้าไปที่หัว RJ-45 โดยหันด้านที่เป็น pin หรือฟันทองเหลือง
ออกมาด้านหน้า ออกแรงกดเพื่อให้สายตัวนำเสียบเข้าไปชนด้านในหัวพลาสติก
พอดี
11. เมื่อเสียบสาย UTP เข้าไปที่หัว RJ-45 แล้ว อย่าขยับสายและหัว RJ ระวังสายตัวนำเลื่อนระยะ
ออกจากหัว RJ-45 ใช้มือจับที่สาย แล้วนำหัว RJ-45 เสียบเข้าไปที่รูของคีมบีบสายจนสุดระยะออกแรงกดให้เต็มที่เพียง 1 ครั้งแล้วคลายที่บีบออก
12. เมื่อบีบหัว RJ-45 เสร็จแล้ว เลื่อนปลอกหรือ RJ-45 Jacket ขึ้นมาปิดหัว RJ-45 เสร็จสมบูรณ์สามารถนำไปทดสอบกับคอมพิวเตอร์ได้เลย

การตั้งค่าโมเด็ม ADSL

บทนี้เป็นการนำเอาวิธีการตั้งค่า โมเด็มที่ใช้เชื่อมต่อเน็ตในบ้านเรา ปัจจุบันมีผู้ให้บริการหลายค่ายด้วยกันแต่การตั้งค่าก็คล้ายกัน จะต่างกันตรงที่ ค่า VPI และ VCI ในการตั้งค่าของ ADSL ของ ISP แต่ละค่ายแตกต่างกันออกไปตามตารางข้างล่าง
ISP:True
Encapsulation:PPPoE/LLC
VPI:0
VCI:100
Tel:0-2900-9898

ISP:TOT
Encapsulation:PPPoE/LLC
VPI:1
VCI:32
Tel:1100

ISP:TT&T
Encapsulation:PPPoE/LLC
VPI:0
VCI:33
Tel:1103

ISP:CAT Telecom
Encapsulation:PPPoE/LLC
VPI:0
VCI:35
Tel:1322, 66-2104-1000

ISP:CS-Loxinfo
Encapsulation:PPPoE/LLC
VPI:0
VCI:35
Tel: 0-2263-8222 (24 Hrs.)

ISP:Samart
Encapsulation:PPPoE/LLC
VPI:0
VCI:35
Tel: 02-502-6000

การจอดรถเกียร์อัตโนมัติ บนทางลาดชัน

นับวันรถยนต์บนท้องถนนยิ่งมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การเข้าไปซื้อของในเมืองสุดแสนจะลำบาก ยิ่งในห้างยิ่งหายากมาก บ้างก็จอดข้างทาง ซึ่งมีความลาดชันไม่เหมาะแก่การจอดก็ว่าได้ แต่มันจำเป็น ก็เลยนำคลิบของ รายการ : UNTบอกต่อ โดย อีซูซุ อึ้งง่วนไต๋ มานำเสนอ หลักการก็คือ การใช้เบรคมือ ก่อนทำการเลื่อนเกียร์ไปที่  ตำแหน่ง P เท่านั้นเอง

การใช้งานเกียร์อัตโนมัติ ถูกต้องและปลอดภัย

รถยนต์โดยทั่วไปบนท้องถนน มักเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ออโต้ เพราะให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพฯ ซึ่งจะต้องขับเคลื่อน และชะลอตัว หรือเบรคอยู่บ่อยครั้ง  ในการขับขี่รถยนต์เกียร์ออโต้นั้น ผู้ขับขี่ควรจดจำตำแหน่ง และใช้เกียร์แต่ละเกียร์ได้ อย่างถูกต้อง แม่นยำ ซึ่งเกียร์ออโต้แต่ละตำแหน่ง มีดังนี้

P ย่อมาจาก PARKING 
  เป็นตำแหน่งที่ใช้สำหรับจอดรถ และไม่ต้องการให้รถเคลื่อน โดยล้อรถจะถูกล็อคไว้ ไม่สามารถเข็นได้ เช่น ในการจอดบนทางลาดชัน เมื่อต้องการจอดรถทิ้งไว้ หลังจากเหยียบเบรคจนรถหยุดสนิทแล้ว อย่าเพิ่งปล่อยเบรค จับคันเกียร์กดปุ่มปลดล็อค แล้วโยกคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง P จากนั้นปล่อยเบรค แล้วดับเครื่องยนต์
(แต่ข้อควรระวังเป็นอย่างยิ่ง กรณีเมื่อจอดรถซ้อนคันต้องใช้เกียร์ N เท่านั้น)
R ย่อมาจาก REVERSE 
  เป็นเกียร์สำหรับถอยหลัง เมื่อต้องการเข้าเกียร์ R จะต้องเหยียบเบรค ให้รถหยุดสนิท จากนั้นจับคันเกียร์กดปุ่มปลดล็อคแล้วโยกคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง R แล้วจึงปล่อยเบรค กดคันเร่ง ให้รถเคลื่อนตัวถอยหลัง
N ย่อมาจาก NEUTRAL 
  เป็นตำแหน่งเกียร์ว่างใช้เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์หรือต้องการจอดรถทิ้งไว้โดยที่ยังสามารถเข็นได้ หรือเมื่อจอดรถ อยู่กับที่ ในขณะเครื่องยนต์ยังคงทำงานอยู่ เช่น การจอดรถในสภาพการจราจรติดขัด หรือเมื่อติดไฟแดง
D4 ย่อมาจาก เกียร์ออโต้ 4 สปีด 
  ใช้ในการขับรถเดินหน้าในสภาพการขับขี่ทั่วไป เช่น การขับรถ ในตัวเมือง รวมทั้งการขับรถด้วยความเร็วสูง ซึ่งการทำงานของเกียร์ D4 จะเป็นไปในลักษณะ 4 สปีด คือ เกียร์ จะเปลี่ยน ขึ้นตามลำดับ จากเกียร์ 1 ไปเกียร์ 2 หรือจากเกียร์ 2 ไปเกียร์ 3 หรือจากเกียร์ 3 ไปเกียร์ 4 โดยออโต้ ตามสภาพการทำงานของเครื่องยนต์และความเร็วของรถ ยิ่งผู้ขับเหยียบคันเร่งมาก เกียร์ก็จะเปลี่ยนที่ความสูงขึ้น ตามไปด้วย
ในทางกลับกัน เมื่อลดความเร็ว เกียร์จะเปลี่ยนจากเกียร์ 4 ไปเกียร์ 3 หรือจากเกียร์ 3 ไปเกียร์ 2 หรือจากเกียร์ 2ไปเกียร์ 1

D3 ย่อมาจาก เกียร์ออโต้ 3 สปีด 
  ใช้สำหรับขับรถขึ้นหรือลงเนิน เพื่อป้องกันมิให้เกียร์เปลี่ยนกลับไป กลับมาบ่อยๆ ระหว่างเกียร์ 3 และเกียร์ 4 นอกจากนี้ยังใช้สำหรับกรณีที่ต้องการ ให้เครื่องยนต์ช่วยเพิ่มกำลัง เบรคมากขึ้น
ในตำแหน่ง D4 และ D3 หากต้องการเร่งความเร็วอย่างทันทีทันใด เช่น ในเวลาที่ต้องเร่งแซงรถที่อยู่ข้างหน้า ผู้ขับขี่ สามารถใช้การ KICK DOWN เหยียบคันเร่งจมติดพื้น เกียร์จะเปลี่ยนโดยออโต้ และทำให้รถพุ่ง ไปข้างหน้าเร็วขึ้น
D2 ย่อมาจาก เกียร์ 2 
  ใช้สำหรับการขับรถลงเขาเพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยเพิ่มกำลังเบรคมากขึ้น หรือการขับรถขึ้นเขา เพื่อเพิ่มกำลังขับเคลื่อน รวมทั้งการขับบนถนนลื่น และการขับขึ้นจากหล่มโคลนหรือทราย
D1 ย่อมาจาก เกียร์ 1 
  ใช้สำหรับการขับรถขึ้น-ลงเขาที่สูงชันมากๆ

การใช้โทรศัพท์เชื่อมต่อ Bluetooth กับรถยนต์

    ปัจจุบันรถยนต์ ในรุ่นใหม่ๆ มีการจัดวางเครื่องเสียงที่มีความทันสมัย  รวมถึงการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสาร โดยไม่ต้องต่อสาย ผ่านเครือข่ายขนาดเล็ก เช่น  Bluetooth หรือwifi แต่ในตอนนี้ทางเรานำเสนอการเชื่อมต่อแบบ  Bluetooth กับเครื่องเสียงรถยนต์ Isuzu Dmax 

   เริ่มด้วยการจับคู่โทรศัพย์ เข้ากับเครื่องเสียงรถยนต์ โดยการเปิด  Bluetooth ที่มือถือไว้ แล้วทำการค้นหาจากเครื่องเสียงรถยนต์ ก็สามารถ ใช้ฟังซั่นที่หลากหลายตอบสนองความต้องการของเจ้าของรถ เพิ่มความปลอดภัย แก่ผู้ขับขี่

คลิบวีดีโด อีซูซุ อึ้งง่วนไต๋ UNT

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ที่ถูกต้องและปลอดภัย





อุปกรณ์การพ่วงแบตเตอรี่
1.สายพ่วง สองเส้น
2.แบตเตอรี่ หรือรถยนต์ที่คุณภาพของแบตเตอรี่พร้อม

ขั้นตอนการพ่วง
ใช้ปากคีบ แดง ต่อเข้ากับแดง ดำต่อเข้ากราวด์ ของเครื่องยนต์ จุดที่เป็นโลหะของเครื่องยนต์ พร้อมสตาร์ทรถเพื่อปั่นไฟชาร์ทแบตในตัว ตรวจสอบความเรียบร้อยดีแล้ว ก็ทำการสตาร์ทรถอีกคัน
หรือวิธี ช่วยได้โดยไม่ต้องพึ่งเบต คือการจั้มสตาร์ท



การเปลี่ยนยางอะไหล่

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ ในขณะใช้รถยนต์ก็คือ ยางแตก ยางแบน สิ่งที่ควรปฏิบัติควรกระทำตามขั้นตอนดังนี้
1. ยางแตกขณะขับขี่ ควรถอนคันเร่งเพื่อให้รถลดความเร็วลง
2. ควรหาพื้นที่จอดรถ ในจุดที่ใกล้ที่สุด พื้นถนนค่อนข้างเรียบและแน่น (อยู่ในร่มได้ยิ่งดี) เพื่อเตรียมจุดเปลี่ยนยางอะไหล่ อย่าลืมดึงเบรคมือทุกครั้ง
3. เตรียมอุปกรณ์ และเครื่องมือภายในรถ รวมถึงยางอะไหล่ ตรวจสอบว่าพร้อมใช้งานหรือไม่
4. ตั้งแม่แรง ตามคลิบวีดีโอ ควรหาไม้รองฐานแม่แรงเพื่อ ยกความสูงช่วยแม่แรงและเพิ่มฐานแม่แรงในขณะรับน้ำหนักของรถ
5.เริ่มขันน็อตเพื่อเปลี่ยนล้อ "หมุนทวนเข็มนาฬิกา" ทำตามขั้นตอนของคลิป

ข้อควรปฏิบัติในการใช้รถ
1.ตรวจสอบน้ำกลั่น
2.ลมยาง รวมถึงยางอะไหล่
3.น้ำยาหล่อเย็น ฤดูร้อนสำคัญมาก
4.น้ำมันเครื่อง

วิธีแก้ปัญหา Mp287,258

1. E02 มีปัญหาที่ระบบดึงกระดาษ ให้ตรวจเช็คช่องใส่กระดาษว่ามีกระดาษหรือไม่ หรือหากดึงแล้วเข้าไปค้างอาจจะมีสิ่งของตกลงไปให้นำสิ่งของนั้นออกครับ "วิธีการดึงกระดาษออกให้ปิดเครื่องก่อนดึงทุกครั้งและควรดึงตามทางออกของกระดาษเสมอ เพื่อป้องกันชุดเฟืองของชุดดึงกระดาษเสีย ยกเวกระดาษถูกดึงเข้าไปเพียงเล็กน้อยให้ดึงออกทางช่องที่ใส่ครับ"
2. E03 ช่องใส่กระดาษไม่ได้ถูกเปิด หรือมีกระดาษติดให้ใช้วิธีเดียวกับ E02 ครับ
3. E04, E05 เครื่องไม่รู้จักตลับหมึก ดำหรือสี วิธีแก้ให้ถอดตลับหมึก แล้ว ใช้ทิชชูเช็ดทำความละอาดลายวงจรด้านหลังตลับแล้วใส่เข้าไปใหม่ หากไม่หายส่วนมากตลับจะเสียครับ
4. E07 ตลับหมึกไม่ได้ติดตั้งตำแหน่งที่ถูกต้อง มีปัญหาที่ตัวตลับให้ลองแก้ในข้อ 3 หรือบางครั้งอาจจะเกิดจากลายวงจรไม่สัมผัสกับแผงของตัวรับของเครื่อง
5. E08 แผ่นซับหมึกเกือบเต็ม กดปุ่ม Copy ดำหรือสี วิธีแก้เครื่องจะทำงานต่อ
6. E13 ไม่สามารถตรวจสอบระดับหมึกได้ วิธีแก้ให้กดปุ่ม STOP/RESET ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที
7. E14 ฟ้องเกี่ยวกับตลับหมึก ดูที่ข้อ 3
8. E15 ฟ้องเกี่ยวกับตลับหมึก ดูที่ข้อ 3
9. E16 ฟ้องหมึกหมด วิธีแก้ให้กดปุ่ม STOP/RESET ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที
10. E30 ฟ้องเกี่ยวกับการตั้งค่าของเอกสาร ให้กลับไปดูการค่าว่าตั้งค่าตรงกันหรือไม่
11. E31 เครื่องไม่ได้เซื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ควรตรวจดูการเชื่อมต่อเครื่องปริ้นท์เตอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยสายเคเบิล USB
12. E50 การสแกนการตั้งค่าหัวพิมพ์ล้มเหลว กดปุ่ม Stop / Reset เพื่อยกเลิกข้อผิดพลาด

ขั้นตอนการติดตั้ง ClearOs+Smile Authen

วิธีการติดตั้ง ClearOS 5.1หรือ ClearOS 5.2
1.1 HTTP Web Server
1.2 Web Proxy (Squid)
1.3 Database Server (MySQL)
แต่สวนตัวผมเลือกทุกอย่าง
2. อัพโหลดไฟล์  SmileAuthenServer_V1.0b.tgz ขึ้น server ผ่าน SSH Secure Shell ไว้ที่ root
3. แตกไฟล์โดยใช้คำสั่ง
# tar -zxvf SmileAuthenServer_V1.0b.tgz ผ่านระบบ lan ด้วย SSH Secure Shell
4. [root@system ~]# cd SmileAuthenServer_V1.0b-fix
5. [root@system ~]#./config
6. [root@system ~]#./install แล้วรอจนติดตั้งสำเร็จ เครื่องจะรีบูท 1 รอบ เป็นอันเสร็จสมบูรณ์
เมื่อติดตั้งSmile Authenเรียบร้อยแล้ว เข้าไปจัดการระบบโดยการนำเอาคอมต่อสาย Lanเข้ากับ Port Lan ขาออกของServer ได้ IP 10.0.1.1 จะได้หน้าจอดังนี้ 
username : admin
password : password
ปล.เมื่อตั้งค่าทุกอย่างสมบูรณ์ สั่ง reboot server 1 ครั้ง หน้าจอของสมาชิกจะขึ้น login
ขอบคุณ. linuxและทีมงานSmileAuthenServer ที่สร้างสรรค์สิ่งดีเพื่อนักเรียนไทยและคนไทย

การติดตั้งจานส้ม IPM


ขั้นตอนที่ 1 กำหนดจุดติดตั้ง ของหน้าจานส้ม ควรไม่่มีกิ่งไม้ หรือชายคาบ้าน กีดขวางหน้าจาน เพราะหน้าจานมีขนาดเล็ก เน้นที่โล่ง
ขั้นตอนที่2.ตั้งเสาจานส้มให้ได้มุมฉาก 90องศา พร้อมยึดสกรูให้แน่น สี่จุด
ขั้นตอนที่3.ประกอบชุดคอจานส้มเข้ากับใบจานส้มโดยสังเกตจากลูกศรชี้ขึ้นด้านบน
ขั้นตอนที่4. ประกอบชุดปรับมุมก้มเงยจานส้มเข้ากับชุดคอจานส้ม
ขั้นตอนที่5. ประกอบชุดตัวประกับจานส้มเข้ากับชุดปรับมุมก้มเงยจานส้มเพื่อเอาไว้จับกับขาเสาที่จะยึดใบจานส้ม
ขั้นตอนที่6. ประกอบเหล็กโค้งที่จะนำไปใส่กับหัวรับLNBเข้ากับชุดคอจานส้ม 
ขั้นตอนที่7. ใส่หัวรับLNBจานส้มเข้ากับที่จับและปรับหัวรับLNBจานส้มให้ขั้วที่จะต่อสายอยู่ตำแหน่งที่ประมาณ 5.00-5.30นาฬิกา 
ขั้นตอนที่8. ต่อเชื่อมสายสัญญาณจากหัวรับ LNB จานส้มมายังเครื่องรับจานส้ม
ขั้นตอนที่9. หันไปทางด้านทิศใต้มุมประมาณ 200 องศา เมื่อหาทิศใต้เจอแล้วเอียงไปทางขวามือเล็กน้อยโดยถ้ากำหนดทิศใต้เป็น 180 องศาจานส้มดาวเทียม NSS6 จะอยู่ที่ประมาณ 200 องศา 
ขั้นตอนที่10. ทำการส่ายหน้าจานส้มเพื่อหาสัญญาณดาวเทียมโดยทำการส่ายซ้าย-ขวาช้าๆและขึ้น-ลง แล้วสังเกตุที่แถบคุณภาพสีเหลือง (Quality) ให้ได้ระดับคุณภาพมากที่สุด (น่าจะปรับให้ได้สัญญาณ70-85) แล้วทำการล็อกมุมส่ายและมุมก้มเงย (ล็อกขาจับยึดเสา) ให้แน่น