วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วิธีล้างแอร์ ด้วยตนเอง


อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1. เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ฉีดด้วยความแรงประมาณ 50bar
2. ถังน้ำ
3. ผ้าใบ
4. ไดร์เป่าลมแห้ง
5. บันได
6. ไขควง
7. ซันไลท์
8. ถังน้ำยา
9. เกณฑ์วัดน้ำยา
เทคนิคการล้างแอร์
-เปิดทดลองก่อนว่าแอร์มีปัญหาหรือเปล่า
-เริ่มการฉีดล้างด้วยการล้างท่อน้ำทิ้งก่อ­น (ให้อัดน้ำดันเข้าไป จนมีสิ่งสกปรกหรือเมือกออกมา)
-เริ่มฉีดที่เครื่องแอร์(คอยเย็น) ตั้งศอกฉีดให้ตรง และให้ใกล้ เวลาฉีดให้ดูว่าเข้ากลางร่องหรือเปล่า// ฉีดจากหน้าเครื่อง , หลังเครื่อง
*** สิ่งที่ต้องระวังในการฉีดหน้าเครื่อง ***
1. ห้ามฉีดน้ำเอียง เพราะจะทำให้ซีกช่องลมล้ม
2. ให้ถอด sensor air ออกก่อน เพราะถ้าชื่นจะเสียเร็ว
3. ความสะอาดบริเวณที่ล้างแอร์

เมื่อล้างเครื่องแอร์(คอยเย็น)เสร็จ ให้ล้างคอยร้อน (ตัวพัดลมด้านนอก)
- เริ่มฉีดน้ำเข้าไปในร่อง ล้างสิ่งสกปรก

*** เมื่อล้างคอยร้อนเสร็จ ***
-เปิดแอร์จนแอร์แห้ง (ถ้าแอร์ไม่แห้ง เกณฑ์น้ำยาจะไม่ขึ้น)
-ใช้เกณฑ์วัดน้ำยาว่า ปริมาณน้ำยา เหลืออยู่เท่าไร 70-80 ปอนด์ (เติมน้ำยาถ้าน้อยไป)
หากน้ำยาต่ำกว่า 30 ควรจะเช็ครอยรั่วด้วยว่า ท่อแอร์รั่วหรือเปล่า
(ให้ใช้ ซันไลท์ ผสมน้ำ แล้วเทตามท่อ)

ขั้นตอนการ ghost windows 7


มุมวิทยาวันนี้นำเสนอ ขั้นตอนการ ghost windows  หรือการเรียกข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุดจากไฟล์ที่เรา  back up ไว้ โดยใช้โปรแกรม Norton ghost ซึ่งมาหลายเวอร์ชั่น  ประโยชน์ของโปรแกรมตัวนี้จะเห็นว่าดีมากเลยครับ แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกันนะครับ บางทีถ้าGhostแล้วโปรแกรมบางตัวจะใช้ไม่ค่อยได้ ติดตั้งโปรแกรมลงไปแล้วไม่ทำงาน

ขั้นตอนการ Ghost
1. ใส่แผ่น Ghost > restart เครื่อง จนกว่าจะปรากฏตามรูป  แล้ว กด OK
2. เลือกไปที่ Local -> Partition -> From Image
3. เลือกที่ Lookin ที่ driver cd-rom แล้วคลิกเลือกไฟล์ Image แล้วคลิกที่  Open
4. เลือก Partition ที่อยู่ในไฟล์
5. เลือก Harddisk ก้อนที่เราต้องการจะ Ghost ลงไป
7. คลิก Reset Computer

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ตู้น้ำมันหยอดเหรียญ

เมื่อหลายปีก่อน ผู้เขียนได้ขับรถเพื่อเดินทางไปส่งแม่บ้านที่ทำงาน ผ่านหมู่บ้านหลายๆหมู่บ้าน พบเห็นสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ ตั้งวางคู่กัน บ้างก็ตั้งเดี่ยว สิ่งนั้นก็คือ ตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญ ที่มีไว้เพื่อผู้รับบริการบริการตัวเอง ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นธุรกิจที่สนใจมาก
ไม่นานนักก็ตัดสินใจซื้อ ในราคา 120,000 บาท ตกตู้ละ 60,000 บาท บางรายคิดเป็นเงินแสนสองแสนเลยละ  แต่ใช้มาไม่นานระบบเริ่มมีปํญหา เช่น น้ำมันไม่ตรงลิตร กดแล้วน้ำมันไม่ไหล รอตัวแทนบริษัทมาซ่อมก็นานเราเสียลูกค้าไม่ได้ ก็เลยจัดการเอง ก็เลยพบ "บางอ้อ" ของทุกอย่างในตู้ไม่สมราคาเลยซักอย่าง เช่น
ชิ้นที่ 1. ถัง 200 ลิตร  ราคา 850 บาท
ชิ้นที่ 2. เครื่องรับเหรียญ ราคา 1,500 บาท
ชิ้นที่ 3. เครืองรับธนบัตร  ราคา 6,900 บาท
ชิ้นที่ 4. ถังดับเพลิง  ราคา 1,500 บาท
ชิ้นที่ 5.หัวจ่ายน้ำมัน พร้อมสาย  ราคา 1,500 บาท
ชิ้นที่ 6.โครงตู้ ราคา 5,000 บาท
ชิ้นที่ 7.ชุดบอร์ด พร้อม LED แสดงผล  ราคา 5,000 บาท
ชิ้นที่ 8.ปั้มติีกนอกถัง ราคา1,500 บาท
ชิ้นที่ 9.โฟลวมิเตอร์วัดอัตราการไหล( FLOW SENSOR) ราคา 1,200 บาท(จีนห่วยมากตอนซื้อบอกว่าอิตาลี) แกะออกมาพูดจีนกลางเลย อย่าใส่เลย เลือกของนอก 5,000-8,000 ดีกว่า
ชิ้นที่ 10.Switching Power Supply 30 แอมป์ ราคา 1,500 บาท (แบบเดียวกับ  Power Supply ใส่กล้องวงจรปิด หาซื้อตามร้านกล้องวงจรปิดหรือร้าน Advice ตามตัวจังหวัดก็ได้ เสียบ่อยมาก ประมาณฟ้าร้อง 
ที่เหลือน่าจะเป็นอุปกรณ์ทั่วไป เช่น เช็ควาล์วกันไหลย้อน และข้องอต่างๆ ซื้อของ SANWA ทองเหลือง ตัว 50-120 บาท

หมายเหตุ อย่าลืมแจ้งพลังจังหวัดนะครับ เพราะ อบต.หรือเทศบาล ชอบบอกว่าสิ้นสุดที่ ท้องถิ่น แต่ผมเจอแล้ว พลังงานจังหวัดมาตามที่บ้านเลย พี่เขาใจดีคุยง่ายเลยไม่เสียค่าปรับ ครั้งแรกเสียค่าธรรมเนียม 2,100 บาท 



วิธีเข้าหัวสายแลน RJ-45

1. จับปลายสายที่เสียบไว้บริเวณใกล้กับปากรูพลาสติก พยายามดึงสาย LAN ออกจากกล่องกระดาษ
เบาๆพร้อมกับสังเกตความยาวของสาย เพื่อให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ
2. เมื่อดึงสาย LAN ออกมาได้ระยะตามที่ต้องการแล้ว ใช้คีมตัดสาย
3. นำ RJ-45 Jacket สวมเข้าไปที่สายในทิศทางตามรูป แล้วเลื่อนเข้าไปที่ระยะ 4-5 นิ้ว เพื่อให้
สามารถปอกสายได้สะดวก
4. ใช้ Cutter ปอกสาย โดยกะว่าทิ้งให้มีความยาวจากปลายสายมาถึงปลาย Cutter ประมาณ 2-3
นิ้ว โดยการควั่นรอบสายเพียงเบาๆ ระวังอย่าปอกลึก เพราะใบมีดจะโดนเส้นตัวนำ
5. หักฉนวนหรือเปลือกนอกในทิศทางบน-ล่าง หรือ ซ้าย-ขวา แล้วดึงเปลือกออก
6. ใช้ Cutter ตัดเส้นด้ายที่อยู่ภายในฉนวนให้ขาด ระวัง Cutter โดนสายตัวนำ
7. คลี่สายออก แล้วเรียงคู่สายตามมาตรฐานโดยจัดเรียงคู่สีจากซ้ายไปขวา คู่ส้ม คู่เขียว
คู่น้ำเงิน คู่น้ำตาล
8. แยกเส้นที่ติดเป็นคู่ออกจากกัน แล้วทำการจัดเรียงสาย ตามมาตรฐาน EIA/TIA จาก
ซ้ายไปขวา ได้แก่ ขาว-ส้ม ส้ม ขาว-เขียว น้ำเงิน ข า ว -น้ำ เ ง ิน เ ข ีย ว
ขาว-น้ำตาล น้ำตาล จัดเรียงโดยการรีดสายแต่ละเส้นแล้วดึงสายทุุกเส้นให้เป็นระเบียบ
9. ตัดสายตัวนำให้มีความยาวประมาณ 15 มิลลิเมตร
10. จัดระเบียบสายตัวนำอีกครั้งแล้วเสียบเข้าไปที่หัว RJ-45 โดยหันด้านที่เป็น pin หรือฟันทองเหลือง
ออกมาด้านหน้า ออกแรงกดเพื่อให้สายตัวนำเสียบเข้าไปชนด้านในหัวพลาสติก
พอดี
11. เมื่อเสียบสาย UTP เข้าไปที่หัว RJ-45 แล้ว อย่าขยับสายและหัว RJ ระวังสายตัวนำเลื่อนระยะ
ออกจากหัว RJ-45 ใช้มือจับที่สาย แล้วนำหัว RJ-45 เสียบเข้าไปที่รูของคีมบีบสายจนสุดระยะออกแรงกดให้เต็มที่เพียง 1 ครั้งแล้วคลายที่บีบออก
12. เมื่อบีบหัว RJ-45 เสร็จแล้ว เลื่อนปลอกหรือ RJ-45 Jacket ขึ้นมาปิดหัว RJ-45 เสร็จสมบูรณ์สามารถนำไปทดสอบกับคอมพิวเตอร์ได้เลย

การตั้งค่าโมเด็ม ADSL

บทนี้เป็นการนำเอาวิธีการตั้งค่า โมเด็มที่ใช้เชื่อมต่อเน็ตในบ้านเรา ปัจจุบันมีผู้ให้บริการหลายค่ายด้วยกันแต่การตั้งค่าก็คล้ายกัน จะต่างกันตรงที่ ค่า VPI และ VCI ในการตั้งค่าของ ADSL ของ ISP แต่ละค่ายแตกต่างกันออกไปตามตารางข้างล่าง
ISP:True
Encapsulation:PPPoE/LLC
VPI:0
VCI:100
Tel:0-2900-9898

ISP:TOT
Encapsulation:PPPoE/LLC
VPI:1
VCI:32
Tel:1100

ISP:TT&T
Encapsulation:PPPoE/LLC
VPI:0
VCI:33
Tel:1103

ISP:CAT Telecom
Encapsulation:PPPoE/LLC
VPI:0
VCI:35
Tel:1322, 66-2104-1000

ISP:CS-Loxinfo
Encapsulation:PPPoE/LLC
VPI:0
VCI:35
Tel: 0-2263-8222 (24 Hrs.)

ISP:Samart
Encapsulation:PPPoE/LLC
VPI:0
VCI:35
Tel: 02-502-6000

การจอดรถเกียร์อัตโนมัติ บนทางลาดชัน

นับวันรถยนต์บนท้องถนนยิ่งมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การเข้าไปซื้อของในเมืองสุดแสนจะลำบาก ยิ่งในห้างยิ่งหายากมาก บ้างก็จอดข้างทาง ซึ่งมีความลาดชันไม่เหมาะแก่การจอดก็ว่าได้ แต่มันจำเป็น ก็เลยนำคลิบของ รายการ : UNTบอกต่อ โดย อีซูซุ อึ้งง่วนไต๋ มานำเสนอ หลักการก็คือ การใช้เบรคมือ ก่อนทำการเลื่อนเกียร์ไปที่  ตำแหน่ง P เท่านั้นเอง

การใช้งานเกียร์อัตโนมัติ ถูกต้องและปลอดภัย

รถยนต์โดยทั่วไปบนท้องถนน มักเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ออโต้ เพราะให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพฯ ซึ่งจะต้องขับเคลื่อน และชะลอตัว หรือเบรคอยู่บ่อยครั้ง  ในการขับขี่รถยนต์เกียร์ออโต้นั้น ผู้ขับขี่ควรจดจำตำแหน่ง และใช้เกียร์แต่ละเกียร์ได้ อย่างถูกต้อง แม่นยำ ซึ่งเกียร์ออโต้แต่ละตำแหน่ง มีดังนี้

P ย่อมาจาก PARKING 
  เป็นตำแหน่งที่ใช้สำหรับจอดรถ และไม่ต้องการให้รถเคลื่อน โดยล้อรถจะถูกล็อคไว้ ไม่สามารถเข็นได้ เช่น ในการจอดบนทางลาดชัน เมื่อต้องการจอดรถทิ้งไว้ หลังจากเหยียบเบรคจนรถหยุดสนิทแล้ว อย่าเพิ่งปล่อยเบรค จับคันเกียร์กดปุ่มปลดล็อค แล้วโยกคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง P จากนั้นปล่อยเบรค แล้วดับเครื่องยนต์
(แต่ข้อควรระวังเป็นอย่างยิ่ง กรณีเมื่อจอดรถซ้อนคันต้องใช้เกียร์ N เท่านั้น)
R ย่อมาจาก REVERSE 
  เป็นเกียร์สำหรับถอยหลัง เมื่อต้องการเข้าเกียร์ R จะต้องเหยียบเบรค ให้รถหยุดสนิท จากนั้นจับคันเกียร์กดปุ่มปลดล็อคแล้วโยกคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง R แล้วจึงปล่อยเบรค กดคันเร่ง ให้รถเคลื่อนตัวถอยหลัง
N ย่อมาจาก NEUTRAL 
  เป็นตำแหน่งเกียร์ว่างใช้เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์หรือต้องการจอดรถทิ้งไว้โดยที่ยังสามารถเข็นได้ หรือเมื่อจอดรถ อยู่กับที่ ในขณะเครื่องยนต์ยังคงทำงานอยู่ เช่น การจอดรถในสภาพการจราจรติดขัด หรือเมื่อติดไฟแดง
D4 ย่อมาจาก เกียร์ออโต้ 4 สปีด 
  ใช้ในการขับรถเดินหน้าในสภาพการขับขี่ทั่วไป เช่น การขับรถ ในตัวเมือง รวมทั้งการขับรถด้วยความเร็วสูง ซึ่งการทำงานของเกียร์ D4 จะเป็นไปในลักษณะ 4 สปีด คือ เกียร์ จะเปลี่ยน ขึ้นตามลำดับ จากเกียร์ 1 ไปเกียร์ 2 หรือจากเกียร์ 2 ไปเกียร์ 3 หรือจากเกียร์ 3 ไปเกียร์ 4 โดยออโต้ ตามสภาพการทำงานของเครื่องยนต์และความเร็วของรถ ยิ่งผู้ขับเหยียบคันเร่งมาก เกียร์ก็จะเปลี่ยนที่ความสูงขึ้น ตามไปด้วย
ในทางกลับกัน เมื่อลดความเร็ว เกียร์จะเปลี่ยนจากเกียร์ 4 ไปเกียร์ 3 หรือจากเกียร์ 3 ไปเกียร์ 2 หรือจากเกียร์ 2ไปเกียร์ 1

D3 ย่อมาจาก เกียร์ออโต้ 3 สปีด 
  ใช้สำหรับขับรถขึ้นหรือลงเนิน เพื่อป้องกันมิให้เกียร์เปลี่ยนกลับไป กลับมาบ่อยๆ ระหว่างเกียร์ 3 และเกียร์ 4 นอกจากนี้ยังใช้สำหรับกรณีที่ต้องการ ให้เครื่องยนต์ช่วยเพิ่มกำลัง เบรคมากขึ้น
ในตำแหน่ง D4 และ D3 หากต้องการเร่งความเร็วอย่างทันทีทันใด เช่น ในเวลาที่ต้องเร่งแซงรถที่อยู่ข้างหน้า ผู้ขับขี่ สามารถใช้การ KICK DOWN เหยียบคันเร่งจมติดพื้น เกียร์จะเปลี่ยนโดยออโต้ และทำให้รถพุ่ง ไปข้างหน้าเร็วขึ้น
D2 ย่อมาจาก เกียร์ 2 
  ใช้สำหรับการขับรถลงเขาเพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยเพิ่มกำลังเบรคมากขึ้น หรือการขับรถขึ้นเขา เพื่อเพิ่มกำลังขับเคลื่อน รวมทั้งการขับบนถนนลื่น และการขับขึ้นจากหล่มโคลนหรือทราย
D1 ย่อมาจาก เกียร์ 1 
  ใช้สำหรับการขับรถขึ้น-ลงเขาที่สูงชันมากๆ